เปรียบเทียบวิธี ก vs วิธี ข

ดูผลกระทบภาษีจากโบนัสก่อนและหลังรับ

ตามหลักเกณฑ์กรมสรรพากรปี 2569

คำนวณผลกระทบภาษีโบนัส 2569

คำนวณว่าโบนัสที่ได้รับจะทำให้ภาษีทั้งปีเพิ่มขึ้นเท่าไร เปรียบเทียบวิธีหัก ณ ที่จ่ายโบนัสทั้งสองวิธีตามกรมสรรพากร

กรอกข้อมูลเงินเดือนและโบนัส

วิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายโบนัส

วิธี ก (แนะนำโดยกรมสรรพากรสำหรับโบนัสขนาดใหญ่)

  1. คำนวณโบนัสเฉลี่ยต่อเดือน = โบนัส ÷ จำนวนเดือนที่ทำงาน
  2. บวกโบนัสเฉลี่มกับเงินเดือนปกติ
  3. คำนวณภาษีรายปีจากเงินรวม (รายได้ × 12 − ค่าใช้จ่าย − ลดหย่อน)
  4. คำนวณภาษีรายปีจากเงินเดือนปกติ (ไม่รวมโบนัส)
  5. ภาษีโบนัส = (ภาษีปีรวม − ภาษีปีไม่รวมโบนัส) × จำนวนเดือนที่ทำงาน

คำถามที่พบบ่อย

โบนัสถูกคำนวณภาษีอย่างไร?
โบนัสเป็นเงินได้ประเภท 40(1) ต้องรวมกับเงินเดือนเมื่อยื่นแบบปลายปี แต่เมื่อหักภาษี ณ ที่จ่าย นายจ้างสามารถเลือกใช้วิธี ก (คำนวณแยกจากเงินเดือนปกติ) หรือวิธี ข (รวมคำนวณ)
วิธี ก คืออะไร?
วิธี ก คือการแยกคำนวณภาษีโบนัสออกจากเงินเดือนปกติ โดยนำโบนัสหารด้วยจำนวนเดือนที่ทำงานในปีนั้น แล้วบวกเข้ากับเงินเดือนเฉลี่ย คำนวณภาษีรายเดือน แล้วคูณกลับด้วยจำนวนเดือนที่ทำงาน
วิธีไหนเสียภาษีน้อยกว่า?
ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โดยทั่วไปวิธี ก มักเสียภาษีน้อยกว่าสำหรับโบนัสขนาดใหญ่ที่ทำให้ข้ามไปขั้นภาษีสูงขึ้น เครื่องคำนวณนี้จะเปรียบเทียบให้เห็นทั้งสองวิธี
นายจ้างจะใช้วิธีใดในการหักภาษีโบนัส?
นายจ้างมักใช้วิธี ก เป็นค่าเริ่มต้น เพราะมักทำให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะใช้วิธีใด ภาษีจริงที่ต้องชำระทั้งปีจะเท่ากัน เพราะปลายปียังต้องคำนวณรวมทั้งหมด
โบนัสส่งผลต่อการวางแผนภาษีปลายปีอย่างไร?
โบนัสที่ได้รับในปีนี้จะรวมเป็นรายได้ทั้งปีทำให้รายได้สุทธิสูงขึ้น ควรวางแผนซื้อ SSF/RMF เพิ่มหากได้รับโบนัสสูงขึ้นปกติ เพื่อลดภาษีที่จะเพิ่มขึ้น

แหล่งอ้างอิงทางการ

คู่มือและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ผลการคำนวณเป็นเพียงการประมาณการ อ้างอิงหลักเกณฑ์กรมสรรพากรปี 2569 กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีสำหรับกรณีเฉพาะ