คำนวณอากรแสตมป์

คำนวณอากรแสตมป์ตามประเภทเอกสาร สัญญาเช่า สัญญากู้ยืม ใบหุ้น และตราสารอื่นๆ ตามประมวลรัษฎากร

เลือกประเภทตราสาร

[โฆษณา — AdSense]

อากรแสตมป์ (Stamp Duty) คืออะไร?

อากรแสตมป์เป็นภาษีที่รัฐเรียกเก็บจากการกระทำทางกฎหมายบางประเภทที่ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายหมวด 6 แห่งประมวลรัษฎากร

อัตราอากรแสตมป์สำคัญ

ประเภทตราสาร อัตรา
สัญญาเช่าที่ดิน/อสังหาริมทรัพย์1 บาท / 1,000 บาท
สัญญากู้ยืมเงิน1 บาท / 2,000 บาท
ใบหุ้น / ใบหุ้นกู้1 บาท / 1,000 บาท
สัญญาจ้างทำของ1 บาท / 1,000 บาท
ใบโอนหุ้น1 บาท / 1,000 บาท

สูตรที่ใช้คำนวณ

อากรแสตมป์ = มูลค่าสัญญา × อัตราอากร

อัตรา 0.5%−1% ขึ้นอยู่กับประเภทสัญญา เช่น สัญญาจำนำ สัญญาซื้อขาย ใบหุ้น สัญญาจ้างทำของ

ตัวอย่างการคำนวณ

ตัวอย่างที่ 1: สัญญาจำนำทรัพย์ มูลค่า 500,000 บาท

  • มูลค่าสัญญา = 500,000 บาท
  • อัตราอากร = 1% (สัญญาจำนำ)
  • อากรแสตมป์ = 500,000 × 1% = 5,000 บาท

ตัวอย่างที่ 2: สัญญาจ้างทำของ มูลค่า 200,000 บาท

  • มูลค่าสัญญา = 200,000 บาท
  • อัตราอากร = 1 บาท / 1,000 บาท = 0.1%
  • อากรแสตมป์ = 200,000 × 0.1% = 200 บาท

สรุป

การทำสัญญาต่างๆ เช่น จำนำ ซื้อขาย ต้องติดแสตมป์และชำระอากร ตามกฎหมายว่าด้วยอากรแสตมป์ การไม่ชำระอากรอาจทำให้สัญญาไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย

อ้างอิง: กรมสรรพากร: อากรแสตมป์ [อัปเดต 2569]

คำถามที่พบบ่อย

อากรแสตมป์คืออะไร?
อากรแสตมป์เป็นอากรตามประมวลรัษฎากร หมวด 6 เรียกเก็บจากการทำเอกสารหรือตราสารบางประเภท เช่น สัญญาเช่า สัญญากู้ยืม ใบหุ้น โดยต้องติดแสตมป์หรือชำระอากรภายใน 15 วันหลังทำเอกสาร
สัญญาเช่าคำนวณอากรแสตมป์อย่างไร?
อากรแสตมป์สัญญาเช่า = ค่าเช่าตลอดระยะเวลาสัญญา ÷ 1,000 (ปัดขึ้น) × 1 บาท ตัวอย่าง: ค่าเช่า 10,000 บาท/เดือน สัญญา 1 ปี = 120,000 บาท ÷ 1,000 = 120 บาท
สัญญากู้ยืมเงินต้องติดแสตมป์เท่าไร?
อากรแสตมป์สัญญากู้ = จำนวนเงินกู้ ÷ 2,000 (ปัดขึ้น) × 1 บาท เช่น กู้ 500,000 บาท = 500,000 ÷ 2,000 = 250 บาท
ไม่ติดอากรแสตมป์มีผลอย่างไร?
ตราสารที่ไม่ปิดอากรแสตมป์ไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ จนกว่าจะชำระอากรและเบี้ยปรับแล้ว นอกจากนี้ยังมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาทหรือ 5 เท่าของอากรที่ค้างชำระ

คู่มือและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ผลการคำนวณเป็นเพียงการประมาณการเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางภาษีหรือกฎหมาย กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีสำหรับกรณีเฉพาะ