ข้ามไปเนื้อหาหลัก
โต๊ะวางแผนการเงินพร้อมเครื่องคิดเลข เอกสาร และเงินสำหรับคำนวณภาษีหรือรายได้ภาษี รายได้ และการเงิน
KamnuanlekOS

คำนวณค่าเลี้ยงดูบุตร

ประเมินค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรตามแนวทางศาลไทย จากรายได้พ่อแม่และจำนวนบุตร

ค่าใช้จ่ายสูตรตรวจสอบได้บันทึกและแชร์ผลได้

คำนวณค่าเลี้ยงดูบุตร ปี 2569

ประเมินค่าเลี้ยงดูบุตร (ค่าอุปการะเลี้ยงดู) ตามแนวทางศาลไทย คำนวณจากรายได้พ่อแม่ทั้งสองฝ่าย จำนวนบุตร และค่าใช้จ่ายจริง อ้างอิงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ครอบครัว

ตารางประเมินค่าเลี้ยงดูบุตรตามรายได้รวม

รายได้รวม (บาท)1 คน (~25%)2 คน (~35%)3 คน (~40%)
20,0005,0007,0008,000
30,0007,50010,50012,000
40,00010,00014,00016,000
50,00012,50017,50020,000
60,00015,00021,00024,000
80,00020,00028,00032,000
100,00025,00035,00040,000
150,00037,50052,50060,000

* ตัวเลขเป็นการประเมินจากแนวคำพิพากษา ค่าจริงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล

หลักเกณฑ์ที่เครื่องมือนี้ใช้

เครื่องมือนี้ประเมินค่าเลี้ยงดูบุตรตาม แนวทางสัดส่วนรายได้ (Income Shares Model) ซึ่งเป็นวิธีที่ศาลไทยมักใช้เป็นแนวทาง:

  1. รวมรายได้ของพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย
  2. ประเมินค่าใช้จ่ายบุตรตามสัดส่วนรายได้รวม (ประมาณ 25% สำหรับ 1 คน, 35% สำหรับ 2 คน, 40% สำหรับ 3 คน)
  3. แบ่งสัดส่วนการจ่ายตามรายได้ของแต่ละฝ่าย

สูตรคำนวณ

  • รายได้รวม = รายได้ฝ่ายที่ 1 + รายได้ฝ่ายที่ 2
  • ค่าเลี้ยงดูรวม = รายได้รวม × สัดส่วนตามจำนวนบุตร
  • สัดส่วนฝ่ายที่ 1 = รายได้ฝ่ายที่ 1 ÷ รายได้รวม
  • ส่วนที่ฝ่ายที่ 1 จ่าย = ค่าเลี้ยงดูรวม × สัดส่วนฝ่ายที่ 1

ตัวอย่าง

พ่อมีรายได้ 40,000 บาท/เดือน แม่มีรายได้ 20,000 บาท/เดือน มีบุตร 2 คน

  • รายได้รวม = 40,000 + 20,000 = 60,000 บาท
  • ค่าเลี้ยงดูรวม = 60,000 × 35% = 21,000 บาท
  • ค่าเลี้ยงดูต่อบุตร = 21,000 ÷ 2 = 10,500 บาท
  • ส่วนของพ่อ = 21,000 × (40,000/60,000) = 14,000 บาท
  • ส่วนของแม่ = 21,000 × (20,000/60,000) = 7,000 บาท

แหล่งอ้างอิงทางการ

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ครอบครัว มาตรา 1564 — หน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตร
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/38 — การกำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดู
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/39 — การแก้ไขค่าอุปการะเลี้ยงดู

ค่าเลี้ยงดูบุตร 2569: สิ่งที่พ่อแม่ต้องรู้

ค่าเลี้ยงดูบุตรคืออะไร?

ค่าเลี้ยงดูบุตร (ค่าอุปการะเลี้ยงดู) คือเงินที่พ่อแม่มีหน้าที่จ่ายเพื่อเลี้ยงดูบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตามกฎหมายไทย พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่ร่วมกันอุปการะเลี้ยงดูบุตร ไม่ว่าจะจดทะเบียนสมรสหรือไม่ โดยศาลจะกำหนดค่าเลี้ยงดูตามฐานะและความสามารถของแต่ละฝ่าย

ปัจจัยที่ศาลพิจารณา

ศาลครอบครัวจะพิจารณาปัจจัยหลายประการในการกำหนดค่าเลี้ยงดูบุตร ได้แก่:

  • รายได้และทรัพย์สิน ของพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย
  • ค่าใช้จ่ายจำเป็น ของบุตร: ค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล ค่าอาหาร ค่าที่อยู่อาศัย
  • จำนวนบุตร ที่ต้องอุปการะ
  • ฐานะความเป็นอยู่ ของครอบครัวก่อนแยกกัน
  • ความต้องการพิเศษ ของบุตร เช่น โรคประจำตัว หรือความพิการ

ขั้นตอนการขอค่าเลี้ยงดูบุตร

  1. ตกลงกันเอง: พ่อแม่เจรจาตกลงกันโดยไม่ต้องผ่านศาล สามารถทำเป็นบันทึกข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
  2. ไกล่เกลี่ย: หากตกลงกันไม่ได้ สามารถขอไกล่เกลี่ยผ่านสำนักงานอัยการหรือศาลครอบครัว
  3. ฟ้องศาล: ยื่นฟ้องต่อศาลครอบครัวและเยาวชน ศาลจะพิจารณาและกำหนดค่าเลี้ยงดูที่เหมาะสม

ค่าใช้จ่ายศาล

หากต้องยื่นฟ้องขอค่าเลี้ยงดูบุตร สามารถใช้เครื่องคำนวณค่าธรรมเนียมศาลเพื่อประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้น

การวางแผนการเงินหลังแยกทาง

นอกจากค่าเลี้ยงดูบุตรแล้ว ผู้ปกครองควรวางแผนการเงินเพิ่มเติม เช่นคำนวณเงินเดือนสุทธิเพื่อดูรายได้หลังหักภาษีและประกันสังคม หรือคำนวณเงินเกษียณเพื่อวางแผนอนาคตระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย

ค่าเลี้ยงดูบุตรตามกฎหมายไทยคิดอย่างไร?
กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดสูตรตายตัว ศาลพิจารณาจากรายได้ของพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย ฐานะความเป็นอยู่ ค่าใช้จ่ายจริงของบุตร (ค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล ค่ากิน-อยู่) และจำนวนบุตร ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1564 และ 1598/38
ค่าเลี้ยงดูบุตรโดยทั่วไปอยู่ที่เท่าไร?
จากแนวคำพิพากษา ศาลมักกำหนดค่าเลี้ยงดูประมาณ 20-30% ของรายได้รวมพ่อแม่สำหรับบุตร 1 คน, 30-40% สำหรับ 2 คน, และ 40-50% สำหรับ 3 คนขึ้นไป โดยแบ่งสัดส่วนตามรายได้แต่ละฝ่าย
ใครมีหน้าที่จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร?
พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่ร่วมกันอุปการะเลี้ยงดูบุตร ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1564 โดยศาลจะกำหนดสัดส่วนตามรายได้และความสามารถของแต่ละฝ่าย ไม่จำเป็นต้องจ่ายเท่ากัน
ค่าเลี้ยงดูบุตรจ่ายถึงอายุเท่าไร?
ตามกฎหมายไทย หน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรสิ้นสุดเมื่อบุตรบรรลุนิติภาวะ (อายุ 20 ปีบริบูรณ์) หรือสมรสก่อนอายุ 20 ปี แต่ถ้าบุตรยังศึกษาอยู่ ศาลอาจสั่งให้จ่ายต่อจนจบการศึกษา
จะขอเปลี่ยนแปลงค่าเลี้ยงดูบุตรได้หรือไม่?
ได้ ทั้งฝ่ายพ่อและแม่สามารถร้องขอต่อศาลให้เพิ่มหรือลดค่าเลี้ยงดูได้ หากมีเหตุอันสมควร เช่น รายได้เปลี่ยนแปลง ค่าใช้จ่ายบุตรเพิ่มขึ้น หรือสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเปลี่ยน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1598/39
ค่าเลี้ยงดูบุตรครอบคลุมอะไรบ้าง?
ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจำเป็นทุกด้าน ได้แก่ ค่าอาหาร ค่าที่อยู่อาศัย ค่าเครื่องแต่งกาย ค่าเล่าเรียนและอุปกรณ์การเรียน ค่ารักษาพยาบาล รวมถึงค่าใช้จ่ายเพื่อพัฒนาการของบุตรตามสมควรแก่ฐานะ
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ผลลัพธ์เป็นการประเมินเบื้องต้นตามแนวทางที่ศาลไทยมักใช้เท่านั้น กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดสูตรคำนวณค่าเลี้ยงดูบุตรตายตัว ค่าเลี้ยงดูจริงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลครอบครัว กรุณาปรึกษาทนายความหรือนิติกรเพื่อคำแนะนำเฉพาะกรณีของท่าน

ความรับผิดชอบต่อเนื้อหา

ผู้จัดทำและผู้ตรวจทาน

ผู้จัดทำ
ทีมบรรณาธิการ Kamnuanlek
ผู้ตรวจทาน
ทีมตรวจสอบสูตรและแหล่งข้อมูล Kamnuanlek
ตรวจระบบความรับผิดชอบล่าสุด

ตรวจโครงสร้างสูตร กรณีทดสอบ แหล่งข้อมูล วันที่มีผล และภาษาความเสี่ยง ตามวิธีตรวจสอบของเรา · ไม่มีการอ้างว่าผู้ประกอบวิชาชีพภายนอกตรวจทาน เว้นแต่หน้าระบุชื่อและคุณวุฒิไว้โดยตรง เนื้อหานี้จึงไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล

พบข้อผิดพลาดหรือข้อมูลเปลี่ยนแล้ว? เมื่อติดต่อ กรุณาระบุ URL และแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้ดูวิธีแจ้งและบันทึกการแก้ไข · ติดต่อทีมงาน