คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)

คำนวณ VAT 7% ออนไลน์ฟรี บวก VAT หรือแยก VAT จากราคารวม รองรับหลายรายการ ผลลัพธ์ทันที

คำนวณรายการเดียว


คำนวณหลายรายการ

กรอกราคาก่อน VAT แต่ละรายการ คั่นด้วย Enter

[โฆษณา — AdSense]

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คืออะไร?

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax หรือ VAT) เป็นภาษีทางอ้อมที่เรียกเก็บจากการขายสินค้าและบริการ ในประเทศไทย อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้ในปัจจุบันคือ 7% (รวมภาษีท้องถิ่น) ซึ่งลดลงจากอัตราตามกฎหมาย 10% ตามพระราชกฤษฎีกา

วิธีคำนวณ VAT 7%

การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มมี 2 กรณีหลัก:

1. บวก VAT (คำนวณจากราคาก่อน VAT)

  • จำนวน VAT = ราคาก่อน VAT × 0.07
  • ราคารวม VAT = ราคาก่อน VAT × 1.07
  • ตัวอย่าง: สินค้าราคา 1,000 บาท → VAT = 70 บาท → ราคารวม = 1,070 บาท

2. แยก VAT (คำนวณจากราคารวม VAT)

  • ราคาก่อน VAT = ราคารวม VAT ÷ 1.07
  • จำนวน VAT = ราคารวม VAT − ราคาก่อน VAT
  • ตัวอย่าง: ราคารวม 1,070 บาท → ราคาก่อน VAT = 1,000 บาท → VAT = 70 บาท

ใครต้องจดทะเบียน VAT?

ผู้ประกอบการที่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1,800,000 บาทต่อปี มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร ผู้จดทะเบียนต้องออกใบกำกับภาษีและยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน

สินค้าและบริการที่ได้รับยกเว้น VAT

  • สินค้าเกษตรที่ยังไม่แปรรูป (ผัก ผลไม้ ข้าว)
  • หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ตำราเรียน
  • บริการขนส่งระหว่างประเทศ
  • บริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลของรัฐ
  • บริการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • บริการทางการศึกษาของสถาบันของรัฐ

เครื่องคำนวณ VAT นี้ช่วยให้คุณคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ได้สะดวกรวดเร็ว ทั้งการบวก VAT จากราคาสินค้า และการแยก VAT จากราคารวม รองรับการคำนวณหลายรายการพร้อมกัน เหมาะสำหรับผู้ประกอบการ นักบัญชี และบุคคลทั่วไป

สูตรที่ใช้คำนวณ

ภาษี VAT = ราคาสินค้า (ไม่รวม VAT) × 7%

ผู้ประกอบการต้องเสียภาษี VAT 7% เมื่อขายสินค้าหรือให้บริการ อัตรา 7% คงที่ ณ ปี 2569

ตัวอย่างการคำนวณ

ตัวอย่างที่ 1: ราคาสินค้าก่อน VAT = 10,000 บาท

  • ราคาสินค้า (ไม่รวม VAT) = 10,000 บาท
  • ภาษี VAT = 10,000 × 7% = 700 บาท
  • ราคารวม VAT = 10,000 + 700 = 10,700 บาท

ตัวอย่างที่ 2: ราคารวม VAT = 5,700 บาท (คำนวณราคาก่อน VAT)

  • ราคารวม VAT = 5,700 บาท
  • ราคาก่อน VAT = 5,700 ÷ 1.07 = 5,327.10 บาท
  • ภาษี VAT = 5,700 − 5,327.10 = 372.90 บาท

สรุป

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องรับผิดชอบเสียภาษี VAT ตามระเบียบของกรมสรรพากร บางประเภทสินค้าอาจได้รับการยกเว้น เช่น อาหารสด ยารักษาโรคบางชนิด

อ้างอิง: กรมสรรพากร: ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT [อัปเดต 2569]

คำถามที่พบบ่อย

VAT 7% คำนวณอย่างไร?
การบวก VAT: นำราคาสินค้าคูณ 1.07 จะได้ราคารวม VAT การแยก VAT จากราคารวม: นำราคารวมหาร 1.07 จะได้ราคาก่อน VAT แล้วนำราคารวมลบราคาก่อน VAT จะได้จำนวน VAT
สินค้าและบริการอะไรบ้างที่ต้องเสีย VAT?
สินค้าและบริการส่วนใหญ่ในประเทศไทยต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ยกเว้นสินค้าเกษตรที่ยังไม่แปรรูป หนังสือพิมพ์ นิตยสาร การขนส่งระหว่างประเทศ และบริการทางการแพทย์ เป็นต้น
ผู้ประกอบการรายได้เท่าไรต้องจดทะเบียน VAT?
ผู้ประกอบการที่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการเกิน 1,800,000 บาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร
VAT 7% หรือ 10% กันแน่?
อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายคือ 10% แต่มีพระราชกฤษฎีกาลดอัตราเหลือ 7% (รวมภาษีท้องถิ่น) ซึ่งได้รับการต่ออายุเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ธุรกิจขนาดไหนต้องจดทะเบียน VAT?
ผู้ประกอบการที่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการเกิน 1,800,000 บาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายได้เกิน
VAT Input และ Output Tax คืออะไร?
Output VAT: ภาษีที่เรียกเก็บจากลูกค้า | Input VAT: ภาษีที่จ่ายให้ซัพพลายเออร์ | ภาษีที่ต้องนำส่งกรมสรรพากร = Output VAT - Input VAT ถ้าติดลบได้รับคืนหรือนำไปเครดิตเดือนถัดไป
สินค้าและบริการอะไรได้รับการยกเว้น VAT?
อาหารสด พืชผักผลไม้ที่ยังไม่แปรรูป, สัตว์ที่ยังมีชีวิต, ปุ๋ยและยาป้องกันแมลง, หนังสือพิมพ์/นิตยสาร, บริการสุขภาพ/การศึกษา, การขนส่งผู้โดยสารภายในประเทศ
VAT Zero Rate ต่างจาก VAT Exempt อย่างไร?
Zero Rate (0%): เสีย VAT แต่อัตรา 0% เช่น ส่งออกสินค้า — ยังขอคืน Input VAT ได้ | Exempt (ยกเว้น): ไม่ต้องเสีย VAT แต่ขอคืน Input VAT ไม่ได้ สำคัญมากสำหรับการวางแผนภาษี

บทความสูตร VAT 7% สำหรับใช้งานจริง

รวมสูตรบวก VAT, สูตรถอด VAT, ตารางตัวอย่างราคา 10 จุด และข้อผิดพลาดที่ทำให้ตั้งราคาขายพลาด

อ่านบทความ VAT 7%

ศึกษาเพิ่มเติมจากบทความของเรา

เครื่องคำนวณที่เกี่ยวข้อง

คู่มือและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ผลการคำนวณเป็นเพียงการประมาณการเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางภาษีหรือกฎหมาย กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีสำหรับกรณีเฉพาะ