🤱 สิทธิลาคลอดตามกฎหมายแรงงานไทย

ลาคลอดได้ 98 วัน — นายจ้างจ่าย 45 วัน + ประกันสังคมจ่าย 50% ของฐาน SSF สูงสุด 90 วัน

อ้างอิง: พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน มาตรา 41 และประกันสังคม มาตรา 50

คำนวณค่าจ้างลาคลอด ปี 2569

กรอกเงินเดือนและฐานเงินเดือน SSF เพื่อคำนวณค่าจ้างที่ได้รับระหว่างลาคลอด 98 วัน แยกส่วนนายจ้างและประกันสังคม

ฐาน SSF สูงสุด 15,000 บาท/เดือน

สูตรที่ใช้คำนวณ

  • ค่าจ้างรายวัน = เงินเดือน ÷ 30
  • นายจ้างจ่าย = ค่าจ้างรายวัน × 45 วัน
  • ประกันสังคมจ่าย = (ฐาน SSF × 50%) ÷ 30 × 90 วัน
  • รวม = นายจ้างจ่าย + ประกันสังคมจ่าย (อีก 8 วันไม่ได้รับ)

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

คู่มือและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

ลาคลอดได้กี่วันตามกฎหมายไทย?
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานกำหนดให้ลูกจ้างหญิงมีสิทธิลาคลอดได้ 98 วันตามปฏิทิน รวมวันหยุด โดยนับจากวันที่คลอดบุตรหรือก่อนคลอดก็ได้
นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างระหว่างลาคลอดกี่วัน?
นายจ้างมีหน้าที่จ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างในช่วงลาคลอด 45 วันแรก ในอัตราค่าจ้างปกติ ส่วนอีก 45 วันที่เหลือ ประกันสังคมจะจ่ายสมทบในอัตรา 50% ของฐานค่าจ้าง (สูงสุด 15,000 บาท/เดือน) และอีก 8 วันที่เหลือเป็นวันลาโดยไม่ได้รับค่าจ้าง
ประกันสังคมจ่ายค่าลาคลอดอย่างไร?
ประกันสังคม (มาตรา 50) จ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้ในกรณีคลอดบุตรในอัตรา 50% ของค่าจ้างฐาน SSF สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท/เดือน เป็นระยะเวลา 90 วัน โดยมีเงื่อนไขต้องส่งเงินสมทบครบ 5 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนคลอด
ฐานเงินเดือน SSF คืออะไร?
ฐานเงินเดือน SSF คือค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบประกันสังคม กฎหมายกำหนดไว้ที่ขั้นต่ำ 1,650 บาท/เดือน และสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท/เดือน แม้เงินเดือนจริงจะสูงกว่าก็ตาม
ค่าแรงขั้นต่ำปี 2569 อยู่ที่เท่าไร?
ค่าแรงขั้นต่ำปี 2568-2569 กรุงเทพและปริมณฑล 370-400 บาท/วัน ต่างจังหวัดอยู่ที่ 330-370 บาท/วัน ขึ้นอยู่กับจังหวัด ตรวจสอบอัตราล่าสุดได้จากกระทรวงแรงงาน mol.go.th
เงินเดือนสุทธิคำนวณจากอะไรบ้าง?
เงินเดือนสุทธิ = เงินเดือนรวม - ภาษีหัก ณ ที่จ่าย - เงินสมทบประกันสังคม (5% สูงสุด 750 บาท) - กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ถ้ามี) นายจ้างจ่ายประกันสังคมเพิ่มอีกฝ่าย 5%
OT คำนวณอย่างไร?
วันธรรมดา: 1.5 เท่าของค่าจ้างปกติต่อชั่วโมง | วันหยุด: 2 เท่า (ชั่วโมงปกติ) และ 3 เท่า (เกินเวลาปกติ) | ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีประโยชน์อย่างไร?
เป็นเงินออมระยะยาวที่นายจ้างสมทบ (1-15% ของค่าจ้าง) + ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15% ของรายได้หรือ 500,000 บาท + ผลตอบแทนจากการลงทุน ดึงออกได้เมื่อออกจากงานหรือเกษียณ
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ผลลัพธ์เป็นการประมาณการตามกฎหมายแรงงานไทยและเงื่อนไขประกันสังคม สิทธิประโยชน์จริงอาจแตกต่างขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการส่งเงินสมทบและนโยบายบริษัท กรุณาตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมหรือนายจ้างโดยตรง