🎯 คำนวณวันที่หมดหนี้
ใส่ยอดหนี้ ดอกเบี้ย และค่างวดปัจจุบัน แล้วดูว่าจะหมดหนี้เมื่อไร
หรือต้องผ่อนเพิ่มเท่าไรถ้าต้องการหมดหนี้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
[โฆษณา — AdSense]
วิธีคำนวณวันหมดหนี้
เครื่องคำนวณนี้ใช้สูตรผ่อนชำระแบบลดต้นลดดอก (reducing balance) ซึ่งเป็นวิธีที่สถาบันการเงินในไทยส่วนใหญ่ใช้
โดยคำนวณจำนวนงวดที่เหลือจากยอดหนี้คงเหลือ อัตราดอกเบี้ย และค่างวดต่อเดือน
สูตรที่ใช้
n = -log(1 - P×r/PMT) / log(1+r)
โดย P = ยอดหนี้คงเหลือ, r = อัตราดอกเบี้ยต่อเดือน (ดอกเบี้ยต่อปี ÷ 12), PMT = ค่างวดต่อเดือน, n = จำนวนงวดที่เหลือ
เคล็ดลับลดระยะเวลาหนี้
- โปะหนี้เพิ่มทุกครั้งที่มีเงินก้อน เช่น โบนัส หรือเงินพิเศษ
- เพิ่มค่างวดแม้แค่ 500-1,000 บาทต่อเดือน ผลสะสมยิ่งใหญ่กว่าที่คิด
- หลีกเลี่ยงการก่อหนี้ใหม่ระหว่างที่กำลังปลดหนี้เดิม
- รีไฟแนนซ์หากได้ดอกเบี้ยต่ำกว่าและค่าใช้จ่ายคุ้มค่า
ตัวอย่าง
หนี้ 150,000 บาท ดอกเบี้ย 18%/ปี ผ่อน 5,000 บาท/เดือน
จะหมดหนี้ใน 37 เดือน (ประมาณ 3 ปีกว่า) จ่ายดอกเบี้ยรวมประมาณ 33,000 บาท
แต่ถ้าเพิ่มค่างวดเป็น 7,000 บาท/เดือน จะหมดใน 24 เดือน ประหยัดดอกเบี้ยได้กว่า 10,000 บาท
คำถามที่พบบ่อย
สูตรคำนวณเดือนที่จะหมดหนี้คืออะไร?
ใช้สูตร n = -log(1 - P×r/PMT) / log(1+r) โดย P = ยอดหนี้คงเหลือ, r = อัตราดอกเบี้ยต่อเดือน, PMT = ค่างวดต่อเดือน สูตรนี้ใช้กับดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ซึ่งเป็นวิธีที่สถาบันการเงินส่วนใหญ่ใช้
ทำไมการโปะหนี้เพิ่มแม้แค่เดือนละ 500 บาทถึงช่วยได้มาก?
เพราะดอกเบี้ยคิดจากยอดคงเหลือ การลดยอดคงเหลือเร็วขึ้นทำให้ดอกเบี้ยสะสมน้อยลงในทุกเดือนถัดไป เหมือนก้อนหิมะกลิ้งลงเขา การโปะเพิ่มเล็กน้อยแต่สม่ำเสมอส่งผลทบต้นในทางบวก
ถ้าค่างวดน้อยกว่าดอกเบี้ยต่อเดือนจะเกิดอะไรขึ้น?
หนี้จะไม่มีวันหมด เพราะแต่ละเดือนยอดหนี้จะเพิ่มขึ้นแทนที่จะลดลง นี่คือสถานการณ์อันตราย ต้องเพิ่มค่างวดให้มากกว่าดอกเบี้ยต่อเดือนอย่างน้อย เพื่อให้ยอดต้นลดลงได้
ควรตั้งเป้าหมายหมดหนี้กี่ปี?
ขึ้นอยู่กับประเภทหนี้ หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลควรพยายามปิดให้ได้ภายใน 2-5 ปี เพราะดอกเบี้ยสูง สินเชื่อบ้านอาจยาวกว่า แต่ถ้าสามารถโปะเพิ่มได้ควรทำเพื่อลดดอกเบี้ยรวม
คู่มือและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ผลการคำนวณเป็นการประมาณการเท่านั้น
ตัวเลขจริงอาจแตกต่างตามเงื่อนไขของสถาบันการเงิน ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน