วางแผนก่อน 31 ธันวาคม
คำนวณว่าต้องซื้อ SSF/RMF/ประกันเพิ่มเท่าไรเพื่อลดภาษี
อัปเดตเกณฑ์ปี 2569
คำนวณวางแผนภาษีปลายปี 2569
กรอกรายได้และลดหย่อนที่มีอยู่ ระบบจะคำนวณว่าต้องซื้อ SSF, RMF หรือประกันเพิ่มเท่าไร ก่อนสิ้นปีเพื่อประหยัดภาษีได้มากที่สุด
ข้อมูลรายได้และลดหย่อนปัจจุบัน
แผนการลดหย่อนปลายปี
ภาษีปัจจุบัน (ก่อนซื้อเพิ่ม)
-
ภาษีหลังซื้อเพิ่มตามแผน
-
ประหยัดภาษีรวม -
กลยุทธ์วางแผนภาษีปลายปี
การวางแผนภาษีปลายปีคือการใช้สิทธิ์ลดหย่อนที่เหลืออยู่ให้ครบก่อน 31 ธันวาคม วิธีง่ายที่สุดคือการซื้อ SSF/RMF เพราะลดหย่อนสูงและไม่มีเงื่อนไขพิเศษ
เพดานลดหย่อนกองทุนและประกัน ปี 2569
| ประเภท | เพดานสูงสุด |
|---|---|
| SSF | 30% ของรายได้ สูงสุด 200,000 บาท |
| RMF (รวมกองทุนอื่น) | 30% ของรายได้ สูงสุด 500,000 บาท |
| ประกันชีวิต | 100,000 บาท |
| ประกันสุขภาพ | 25,000 บาท |
คำถามที่พบบ่อย
ควรซื้อ SSF หรือ RMF ดีกว่ากัน?
SSF เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่น (ถือขั้นต่ำ 10 ปีนับจากวันซื้อ) ส่วน RMF เหมาะสำหรับการออมเกษียณ (ถือจนอายุ 55 ปี และต้องซื้อต่อเนื่อง) ทั้งคู่ลดหย่อนได้ 30% ของรายได้
ซื้อ SSF ได้ถึงวันใด?
ต้องซื้อและชำระเงินให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ธันวาคมของปีภาษีนั้น เพื่อนำมาใช้ลดหย่อนในปีนั้น ไม่มีกำหนดขั้นต่ำต่อปี
ประกันชีวิตและ SSF ลดหย่อนรวมกันได้เท่าไร?
ประกันชีวิตลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท SSF ลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท (30% ของรายได้) ทั้งสองประเภทลดหย่อนแยกกัน ไม่รวมเพดาน
ถ้าซื้อ SSF แล้วขาดทุน ยังลดหย่อนได้ไหม?
ได้ เพราะสิทธิ์ลดหย่อนคำนวณจากจำนวนเงินที่ลงทุน ไม่ใช่มูลค่าตลาด แต่ถ้าขายก่อนครบกำหนดจะเสียสิทธิ์และต้องคืนภาษีส่วนที่ได้ลดหย่อนไป
หากรายได้ไม่ถึงเพดานภาษี ควรซื้อ SSF ไหม?
ถ้ารายได้สุทธิหลังลดหย่อนแล้วอยู่ในขั้น 0% (ไม่เกิน 150,000 บาท) การซื้อ SSF เพิ่มจะไม่ช่วยลดภาษีแต่ยังเป็นการออมระยะยาวที่ดี
แหล่งอ้างอิงทางการ
- กรมสรรพากร (rd.go.th) — อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
- ตารางภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา — กรมสรรพากร 2567/2568
บทความที่เกี่ยวข้อง
เครื่องคำนวณที่เกี่ยวข้อง
คู่มือและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ผลการคำนวณเป็นเพียงการประมาณการ อ้างอิงอัตราภาษีปี 2569 จากกรมสรรพากร กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุน