รู้ผลในไม่ถึง 30 วินาที

ข้อมูลไม่ถูกบันทึก และใช้เพื่อการคำนวณเท่านั้น

อัปเดตเกณฑ์ปี 2569 • อัปเดตเมื่อ: 21 เม.ย. 2569

คำนวณเงินเดือนสุทธิหลังหักภาษี+ประกันสังคม 2569

[อัปเดตตามกฎหมายประกันสังคม 2569]

คำนวณเงินเดือนรับจริงหลังหักภาษีและประกันสังคม แสดงยอด take-home pay พร้อมรายละเอียดรายการหักทั้งหมดในปี 2569

คำตอบเร็ว

เงินเดือนสุทธิ = เงินเดือนรวม - ประกันสังคม - ภาษีหัก ณ ที่จ่าย - รายการหักอื่นในสลิป

ปี 2569 ประกันสังคม ม.33 หัก 5% จากฐานค่าจ้าง 1,650-17,500 บาท หรือสูงสุด 875 บาทต่อเดือน ตัวอย่างเงินเดือน 50,000 บาท โสด ไม่มีลดหย่อนเพิ่ม รับสุทธิประมาณ 47,420.83 บาท

กรอกเงินเดือนของฉัน

ตั้งเป้าเงินรับจริง

อยากได้เงินสุทธิเท่านี้ ต้องขอเงินเดือนรวมประมาณเท่าไร?

ใช้ประเมินเร็วแบบโสด ไม่มีลดหย่อนเพิ่ม เหมาะสำหรับต่อรองเงินเดือนหรือเช็กข้อเสนอ ก่อนคำนวณละเอียดด้วยรายการลดหย่อนจริง

ตัวเลขเป็นประมาณการจากภาษีทั้งปีและประกันสังคม ม.33 ปี 2569

ผลประเมิน

เงินเดือนรวมที่ควรขอ

31,300 บาท

เงินสุทธิที่ได้ประมาณ

30,000 บาท

ภาษีต่อเดือนโดยประมาณ

425 บาท

ประกันสังคมต่อเดือน

875 บาท

หากมีคู่สมรส บุตร กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือค่าลดหย่อนอื่น ผลจริงอาจรับสุทธิมากกว่านี้

ตรวจสลิปจริง

สลิปเงินเดือนตรงกับสูตรภาษีและประกันสังคมไหม?

กรอกยอดจากสลิปเพื่อดูว่าเงินสุทธิ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และประกันสังคมใกล้เคียงสูตรปี 2569 หรือมีจุดที่ควรถาม HR

ผลตรวจสลิป

ใกล้เคียงสูตรปี 2569

เงินสุทธิที่สูตรคาดไว้

28,960.42 บาท

ส่วนต่างเงินสุทธิ

0.00 บาท

ส่วนต่างภาษี

0.00 บาท

ส่วนต่างประกันสังคม

0.00 บาท

ยอดในสลิปใกล้เคียงสูตรมาตรฐาน ถ้ามีโบนัส โอที หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กรอกเป็นรายการหักอื่นหรือคำนวณละเอียดต่อ

แหล่งข้อมูลที่ใช้คำนวณ

ตรวจฐานภาษีและประกันสังคมล่าสุด

ตรวจล่าสุด 6 มิถุนายน 2569

เช็คก่อนใช้ตัวเลข

ผลลัพธ์เป็นประมาณการ ไม่ใช่สลิปเงินเดือนหรือใบรับรองภาษีของนายจ้าง
โบนัส โอที คอมมิชชั่น และเงินก้อนต้องรวมในรายได้ทั้งปีเพื่อให้ภาษีใกล้จริง
ประกันสังคมสูงสุด 875 บาทใช้กับ ม.33 ที่ฐานค่าจ้างถึง 17,500 บาทตามเกณฑ์ปี 2569
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันชีวิต ดอกเบี้ยบ้าน และค่าลดหย่อนอื่นต้องกรอกเพิ่มเอง

คำถามที่คนค้นหาก่อนคำนวณเงินเดือนสุทธิ

  • เงินเดือน 30000 หักอะไรบ้าง เหลือเท่าไหร่
  • เงินเดือน 40000 ได้สุทธิเท่าไหร่ หลังหักภาษีและประกันสังคม
  • เงินเดือน 50000 โดนหักภาษีเท่าไหร่ต่อเดือน
  • คำนวณภาษีเงินเดือนและประกันสังคมพร้อมต้นทุน payroll ต้องดูอะไรบ้าง

take-home pay path

เงินเดือนสุทธิไม่ได้จบที่ตัวเลขเดียว

หลังคำนวณยอดรับจริง ให้ต่อไปเช็กภาษีเงินเดือน ประกันสังคม และค่าโอที เพื่อเข้าใจรายรับทั้งเดือนครบกว่าเดิม

คำตอบเร็วที่คนค้นหาบ่อย

เงินเดือน 20,000 มักโดนหักประกันสังคมก่อน แล้วดูภาษีจากรายได้ทั้งปี
เงินเดือน 30,000 จุดค้นหายอดนิยมสำหรับคนเช็กเงินเดือนรับจริง
เงินเดือน 50,000 ควรดูภาษีรายเดือนและค่าลดหย่อนร่วมกัน
หลักคิดที่ใช้ในคลัสเตอร์นี้ เงินเดือนสุทธิ = เงินเดือนรวม - ประกันสังคม - ภาษีหัก ณ ที่จ่าย - รายการหักอื่นที่เกี่ยวข้อง ผลลัพธ์เป็นการประมาณการเพื่อช่วยตรวจสลิปและวางแผน ไม่ใช่คำแนะนำภาษีส่วนบุคคล
ตั้งค่าลดหย่อนเพิ่มเติม (ไม่บังคับ)

วิธีคำนวณเงินเดือนสุทธิ

เงินเดือนสุทธิ คือจำนวนเงินที่ลูกจ้างได้รับจริงหลังหักรายการต่างๆ ออกจากเงินเดือน รายการหลักที่ถูกหักประจำทุกเดือนคือ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และเงินสมทบประกันสังคม

1. เงินสมทบประกันสังคม

ลูกจ้างต้องจ่ายเงินสมทบประกันสังคม 5% ของค่าจ้าง ตามอัตราที่สำนักงานประกันสังคม (Thai Social Security Office)กำหนด โดยคำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และสูงสุด 17,500 บาท ดังนั้นจำนวนเงินสมทบจะอยู่ระหว่าง 82.50 บาท ถึง 875 บาทต่อเดือน นายจ้างจ่ายสมทบอีก 5% เท่ากัน

สูตร: ประกันสังคม = ฐานค่าจ้าง × 5% (สูงสุด 875 บาท)

ตัวอย่าง: เงินเดือน 30,000 บาท → ฐานสูงสุด 17,500 × 5% = หัก 875 บาท

2. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

นายจ้างมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินเดือนลูกจ้างทุกเดือน ตามขั้นตอนของกรมสรรพากร (Thai Revenue Department) โดยประมาณการรายได้ทั้งปี หักค่าใช้จ่าย (50% สูงสุด 100,000 บาท) หักค่าลดหย่อนส่วนตัว (60,000 บาท) และหักประกันสังคม แล้วคำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันไดของปีภาษีนั้น หารด้วย 12 เดือน

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ขั้นบันได)

รายได้สุทธิ (บาท) อัตราภาษี
0 — 150,000ยกเว้น
150,001 — 300,0005%
300,001 — 500,00010%
500,001 — 750,00015%
750,001 — 1,000,00020%
1,000,001 — 2,000,00025%
2,000,001 — 5,000,00030%
5,000,001 ขึ้นไป35%

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติเงินเดือน 35,000 บาท ไม่มีลดหย่อนอื่นนอกจากส่วนตัว:

  • รายได้ต่อปี: 35,000 × 12 = 420,000 บาท
  • หักค่าใช้จ่าย: 100,000 บาท
  • หักลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท
  • หักประกันสังคม: 875 × 12 = 10,500 บาท
  • รายได้สุทธิ: 420,000 − 100,000 − 60,000 − 10,500 = 249,500 บาท
  • ภาษี: 150,000 แรกยกเว้น + 99,500 × 5% = 4,975 บาท/ปี
  • ภาษีต่อเดือน: 4,975 ÷ 12 ≈ 414.58 บาท
  • เงินเดือนสุทธิ: 35,000 − 875 − 414.58 = 34,710.42 บาท

ตัวอย่าง 2: เงินเดือน 40,000 บาท

นี่คือตัวอย่างการคำนวณเงินเดือนสุทธิสำหรับบุคคลทั่วไปที่มีเงินเดือน 40,000 บาทต่อเดือน ไม่มีลดหย่อนอื่น:

  • รายได้ต่อปี: 40,000 × 12 = 480,000 บาท
  • หักค่าใช้จ่าย: 100,000 บาท (ถึงเพดาน 50%)
  • หักลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท
  • หักประกันสังคม: 875 × 12 = 10,500 บาท
  • รายได้สุทธิ: 480,000 − 100,000 − 60,000 − 10,500 = 309,500 บาท
  • ภาษี: 150,000 แรกยกเว้น + 150,000 × 5% + 9,500 × 10% = 0 + 7,500 + 950 = 8,450 บาท/ปี
  • ภาษีต่อเดือน: 8,450 ÷ 12 ≈ 704.17 บาท
  • เงินเดือนสุทธิ: 40,000 − 875 − 704.17 = 38,420.83 บาท/เดือน
  • อัตราภาษีที่แท้จริง: 8,450 ÷ 480,000 = 1.76%

สูตรที่ใช้คำนวณเงินเดือนสุทธิ

เงินเดือนสุทธิ = เงินเดือนรวม − ประกันสังคม − ภาษีเงินได้ − ตัดเงิน (ถ้ามี)

  • ประกันสังคม = ฐานค่าจ้าง × 5% (สูงสุด 875 บาท/เดือน สำหรับฐานค่าจ้าง 17,500 บาทขึ้นไป)
  • ภาษีเงินได้ = คำนวณจากรายได้สุทธิรายปี ตามอัตราขั้นบันได 0%–35%

ตัวอย่างการคำนวณเงินเดือนสุทธิ

ตัวอย่างที่ 1: เงินเดือน 50,000 บาท (แต่งงาน)

  • ประกันสังคม = 875 บาท/เดือน (5% แต่ไม่เกินเพดานฐานค่าจ้าง)
  • รายได้รวมต่อปี = 600,000 บาท → ลบค่าใช้จ่ายสูงสุด 100,000 บาท = 500,000 บาท
  • ลดหย่อนส่วนตัว + คู่สมรส + ประกันสังคม = 130,500 บาท → รายได้สุทธิ = 369,500 บาท
  • ภาษี = 14,450 บาท/ปี ≈ 1,204.17 บาท/เดือน
  • เงินเดือนสุทธิ = 50,000 - 875 - 1,204.17 = 47,920.83 บาท/เดือน

ตัวอย่างที่ 2: เงินเดือน 50,000 บาท (โสด)

  • ประกันสังคม = 875 บาท/เดือน (5% แต่ไม่เกินเพดานฐานค่าจ้าง)
  • รายได้สุทธิ = 600,000 - 100,000 - 60,000 - 10,500 = 429,500 บาท
  • ภาษี = 20,450 บาท/ปี ≈ 1,704.17 บาท/เดือน
  • เงินเดือนสุทธิ = 50,000 - 875 - 1,704.17 = 47,420.83 บาท/เดือน

วิธีคำนวณเงินเดือนสุทธิ

  1. เตรียมข้อมูลใบสลิปเงินเดือนล่าสุด
  2. หักประกันสังคม: ฐานค่าจ้าง × 5% (สูงสุด 875 บาท/เดือน)
  3. คำนวณภาษีเงินได้รายปี → หารด้วย 12 เพื่อได้ภาษีต่อเดือน
  4. หักตัดเงินอื่นๆ (กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เบี้ยประกัน ฯลฯ)
  5. คำนวณเงินเดือนสุทธิ = เงินเดือนรวม - ทุกรายการหัก
  6. ตรวจสอบเทียบกับเงินโอนเข้าบัญชีจริงแต่ละเดือน

แหล่งอ้างอิง: เพดานฐานค่าจ้างประกันสังคม ม.33 ปี 2569 [ตรวจ 6 มิถุนายน 2569] · กรมสรรพากร: ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา [ตรวจ 6 มิถุนายน 2569]

ข้อผิดพลาดทั่วไปในการคำนวณเงินเดือนสุทธิ

การคำนวณเงินเดือนสุทธิ (หลังหักภาษีและเงินประกันสังคม) ดูเรียบง่าย แต่หลายคนก็ยังทำผิด:

  • ลืมหักเงินประกันสังคม
    หลายคนคิดว่าเงินประกันสังคมหักเฉพาะจากนายจ้าง ไม่รู้ว่าพนักงานต้องหักเอง 5% จากเงินเดือน เงินเดือนสุทธิ = เงินเดือนขั้นต้น - ภาษี - เงินประกันสังคม 5%
  • ใช้อัตราภาษีเดิมไปตลอดปี
    ภาษีในช่วงแรก อาจเป็นจำนวนเดิม แต่อัตราภาษีต้องคำนวณใหม่เมื่อเงินเดือนเปลี่ยน คำนวณภาษีทั้งปีเมื่อรู้รายได้สิ้นปี แล้วเฉลี่ยต่อเดือน
  • เลือกสถานะ "โสด" แม้จะแต่งงาน
    บางคนแต่งงานแล้วแต่ยังไม่ยื่นค้ำประกัน (มาตรา 42 มาตรา 47) จึงยังเสียภาษีแบบ "โสด" ยื่นค้ำประกันกับสรรพากร เพื่อเบิกลดหย่อนเพิ่มเติม 60,000 บาท
  • ไม่นับโบนัสหรือรายได้อื่นๆ
    โบนัส ค่าต่างประเทศ เงินลาพักผ่อน ทั้งหมดเป็นรายได้ แต่หลายคนไม่นำไปรวมในการคำนวณ รวมรายได้ทั้งหมด ไม่ใช่แค่เงินเดือนประจำเดือน
  • คิดเงินประกันสังคมเป็นรายปีแล้วเฉลี่ยผิด
    เงินประกันสังคม ส่วนของพนักงาน 5% ต้องหักจากเงินเดือนทุกเดือน ไม่ใช่จ่ายแค่หนึ่งครั้งในปี ตรวจสอบ payslip ทุกเดือน

เครื่องมือที่เกี่ยวข้องสำหรับการวางแผนการเงิน

ใช้เงินเดือนสุทธิของคุณเพื่อวางแผนอื่นๆ:

ภาษีเงินเดือน + ประกันสังคม

ดูภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินสมทบ ม.33 ต้นทุนนายจ้าง และชุดตรวจสลิปในหน้าเดียว

คำนวณภาษีเงินเดือนและประกันสังคม →

เครื่องคำนวณผ่อนบ้าน

วางแผนอัตราผ่อนบ้านตามเงินเดือนสุทธิ ไม่ควรเกิน 40% ของรายได้

คำนวณผ่อนบ้าน →

เครื่องคำนวณผ่อนรถ

คำนวณเงินผ่อนรถให้เหมาะสมกับเงินเดือนหลังหักภาษีแล้ว

คำนวณผ่อนรถ →

เครื่องคำนวณภาษีเงินได้

วางแผนการหักลดหย่อนและดูเงินเดือนสุทธิที่แท้จริง

คำนวณภาษีเงินได้ →

คำถามที่พบบ่อย

เงินเดือนเท่าไรถึงจะรู้เงินสุทธิหลังหักภาษีและประกันสังคมแบบใกล้เคียงจริง?
เริ่มจากกรอกเงินเดือนรวมต่อเดือน แล้วหักประกันสังคม 5% จากฐานค่าจ้าง 1,650-17,500 บาท (สูงสุด 875 บาทต่อเดือน) และภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามประมาณการทั้งปี ระบบจะได้ค่าเงินสุทธิที่ใกล้เคียงสลิปเงินจริงมากกว่าการคำนวณจากยอดรายเดือนแบบหยาบ
โบนัสหรือโอทีต้องรวมคำนวณภาษีเงินเดือนไหม?
ต้องรวม เพราะโบนัสและโอทีถือเป็นเงินได้พึงประเมิน ทำให้ฐานภาษีทั้งปีสูงขึ้นได้ หากมีรายรับก้อนในบางเดือน ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเดือนนั้นอาจสูงขึ้นกว่าปกติแม้เงินเดือนประจำเท่าเดิม
ขึ้นเงินเดือนแล้วทำไมเงินสุทธิเพิ่มไม่เท่าเงินเดือนที่ขึ้น?
เมื่อเงินเดือนเพิ่ม รายได้ที่เข้าอัตราภาษีขั้นสูงขึ้นจะเพิ่มตาม และยอดหักภาษีรายเดือนอาจมากขึ้น จึงทำให้เงินสุทธิเพิ่มน้อยกว่าเงินเดือนที่เพิ่ม ควรดูผลต่างสุทธิหลังหักภาษีและประกันสังคมทุกครั้ง
ถ้าอยากได้เงินสุทธิเป้าหมายต่อเดือน ต้องตั้งเงินเดือนเท่าไร?
ให้กำหนดเงินสุทธิเป้าหมายก่อน แล้วค่อยไล่ย้อนเป็นเงินเดือนรวมโดยเผื่อภาษีและประกันสังคม เช่น หากต้องการเงินสุทธิ 30,000 บาท ควรคำนวณย้อนพร้อมค่าลดหย่อนที่ใช้จริงเพื่อหาฐานเงินเดือนที่เหมาะสม
ข้อผิดพลาดทั่วไปในการคำนวณเงินเดือนสุทธิที่ต้องหลีกเลี่ยง?
ข้อผิดพลาดทั่วไป ได้แก่ (1) ลืมหักค่าลดหย่อนคู่สมรสหากสมรสแล้ว (2) นับจำนวนบุตรเกินกว่า 3 คน (3) หักเงินประกันสังคมเกิน 875 บาทต่อเดือนในปี 2569 (4) ใช้ค่าลดหย่อนค่าใช้จ่าย 50% เมื่อมีรายได้อื่น (5) ลืมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ถ้ามี) และ (6) นำภาษีประมาณจากเดือนเดียวแทนคำนวณทั้งปี
ค่าแรงขั้นต่ำปี 2569 อยู่ที่เท่าไร?
ค่าแรงขั้นต่ำปี 2568-2569 กรุงเทพและปริมณฑล 370-400 บาท/วัน ต่างจังหวัดอยู่ที่ 330-370 บาท/วัน ขึ้นอยู่กับจังหวัด ตรวจสอบอัตราล่าสุดได้จากกระทรวงแรงงาน mol.go.th
เงินเดือนสุทธิคำนวณจากอะไรบ้าง?
เงินเดือนสุทธิ = เงินเดือนรวม - ภาษีหัก ณ ที่จ่าย - เงินสมทบประกันสังคม (5% จากฐานค่าจ้าง สูงสุด 875 บาท) - กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ถ้ามี) นายจ้างจ่ายประกันสังคมเพิ่มอีกฝ่าย 5%
OT คำนวณอย่างไร?
วันธรรมดา: 1.5 เท่าของค่าจ้างปกติต่อชั่วโมง | วันหยุด: 2 เท่า (ชั่วโมงปกติ) และ 3 เท่า (เกินเวลาปกติ) | ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

ศึกษาเพิ่มเติมจากบทความของเรา

แหล่งอ้างอิงทางการ

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ผลการคำนวณเป็นเพียงการประมาณการเท่านั้น ภาษีจริงอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับรายการลดหย่อนและสิทธิประโยชน์ทางภาษีอื่นๆ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีสำหรับกรณีเฉพาะ